วันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2557
การป้องกันต้นมะลิ
การป้องกันต้นมะลิ
โรคที่ควรรู้เกี่ยวกับดอกมะลิ
โรคที่ควรรู้เกี่ยวกับดอกมะลิ
1. โรครากเน่า เกิดจากเชื้อรา จัดได้ว่าเป็นโรคร้ายแรงชนิดหนึ่ง จะเกิดกับมะลิที่มีอายุมากกว่า 1 ปีขึ้นไป โดยจะมีอาการใบเหลือง เหี่ยวและทิ้งใบต้นแห้งตาย เมื่อขุดหรือถอนต้นขึ้นมาดูจะพบว่ารากเน่าเปื่อย และที่โคนต้นจะพบเส้นใยสีขาว มักระบาดในสภาพดินที่เป็นกรด และพื้นที่ที่ปลูกซ้ำเป็นเวลานาน
การป้องกันกำจัด
- หากพบต้นมะลิที่เพิ่งเป็นโรค ควรป้องกันกำจัดโดยใช้ เทอร์ราคลอร์ ซุปเปอร์-เอ็กซ์ อัตรา 10 ซีซี (1 ช้อนโต๊ะ) ผสมน้ำ 5 ลิตร ราดบริเวณโคนต้นที่เป็นโรค
- หากเป็นมากควรถอนต้นมะลิทิ้ง แล้วนำไปเผาไฟทำลายเสีย แล้วใช้ปูนขาวโรย หรือ ใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชเทอร์ราคลอร์ ซุปเปอร์-เอ็กซ์ 10 ซีซี (1 ช้อนโต๊ะ) ผสมน้ำ 5 ลิตร คนให้เข้ากันแล้วราดลงบนดินบริเวณที่ปลูกต้นมะลิ
- ถ้าต้องการปลูกซ้ำที่เดิม ก็ควรมีการปรับดินด้วยการใส่ปูนขาว จากนั้นตากดินบริเวณนั้นไว้ประมาณ 1-2 สัปดาห์เพื่อให้แสงแดดทำลายเชื้อราที่อาจจะยังคงหลงเหลืออยู่ จากนั้นบำรุงดินด้วยสารอินทรีย์ปรับสภาพดิน เค-ฮิวเมท2.5 ซีซี (ครึ่งช้อนชา) ผสมน้ำ 5 ลิตร คนให้เข้ากัน แล้วราดลงดินบริเวณที่ต้องการ หลังจากนั้นก็นำต้นพืชลงปลูกได้
2. โรคแอนแทรคโนส เกิดจากเชื้อรา โดยจะเริ่มมีจุดสีน้ำตาลอ่อนบนใบ และขยายลุกลามออกไป ขอบแผลเป็นสีน้ำตาลแก่เห็นได้ชัด แผลที่ขยายออกไปมีลักษณะเป็นรอยวงกลมซ้อนกัน เนื้อเยื่อขอบแผลแห้งกรอบ เวลาอากาศชื้น ๆ บริเวณตรงกลางจะพบสปอร์เกิดเป็นหยดสีส้มอ่อน ๆ ขนาดแผลขยายใหญ่ไม่มีขอบเขตกำจัด จนดูเหมือนโรคใบแห้ง เชื้อราชนิดนี้แพร่ระบาดได้โดยปลิวไปกับลม หรือ ถูกชะล้างไปกับน้ำที่รดหรือน้ำฝนได้
การดูแลต้นมะลิ
การดูแล
1. การใส่ปุ๋ย ควรใส่ปุ๋ย ออสโมโค้ท สูตร 14-14-14 ตามอัตราดังกล่าวข้างต้น ทุก 3 เดือน โดยการโรยรอบโคนต้น แล้วรดน้ำตาม
2. การตัดแต่ง หลังจากปลูกมะลิไปนาน ๆ แล้ว เพราะมะลิจะแตกกิ่งก้านสาขามากมาย ควรตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่งอยู่เสมอ โดยตัดกิ่งที่แห้งและตายออก จะช่วยให้ต้นมะลิมีทรงพุ่มสวยงาม และช่วยลดปริมาณโรคและแมลงให้น้อยลงด้วย การตัดแต่งกิ่งจะช่วยให้มะลิแตกตาได้มากขึ้น จึงออกดอกได้มากขึ้นด้วย
3. การให้น้ำ มะลิจะต้องการน้ำพอสมควร หากดินยังแฉะอยู่ไม่ควรรดน้ำ ควรรอจนกว่าดินจะแห้งหมาด ๆ เสียก่อน แล้วค่อยรดน้ำ ทั้งนี้อาจให้น้ำวันละ 1-2 ครั้ง หรือ สัปดาห์ละครั้งก็ได้ขึ้นอยู่กับสภาพของดิน โดยให้รดน้ำในตอนเช้า แต่ระวังอย่าให้น้ำท่วม หรือ มีน้ำขังอยู่ที่ดินเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้ต้นมะลิแคระแกร็น ใบเหลือง และตายได้
การปลูกต้นมะลิ
การปลูก
- นิยมปลูกในช่วงฤดูฝน เดือน มิถุนายน-กรกฎาคม
- ขุดหลุมลึก กว้าง และยาวด้านละ 50 ซม.
- ใส่ปุ๋ยคอกและวัสดุอื่น ๆ ในอัตราส่วน 1:1:1 พร้อมทั้งเติมปุ๋ยซุปเปอร์ฟอสเฟต (0-46-0) และปุ๋ยผสมสูตร 15-15-15 อย่างละ 1
กำมือ คลุกให้เข้ากัน แล้วใส่กลับลงไปในหลุมใหม่ ทิ้งไว้ 7-10 วัน จึงนำต้นมะลิลงปลูก
การขยายพันธุ์ต้นมะลิ
การขยายพันธุ์
:การขยายพันธุ์ที่นิยมกันมากที่สุดคือ การปักชำ
1.)
เตรียมวัสดุเพาะชำ ทรายผสมขี้เถ้าแกลบ อัตราส่วน 1:1 บรรจุในภาชนะ แล้วรดน้ำให้ชุ่ม
2.)
เตรียมกิ่งพันธุ์ กิ่งที่ใช้เป็นกิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อน ตัดให้มีความยาวของกิ่ง 4 นิ้ว
หรือมีข้ออย่างน้อย 3 ข้อ การตัดกิ่งควรตัดให้ชิดข้อ ริดใบส่วนล่างออก
3.)
นำกิ่งมะลิปักชำลงในแปลงชำ ให้มีระยะระหว่างแถวและกิ่ง 2x2 นิ้ว
รดน้ำและสารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา รักษาความชื้นให้เหมาะสมและคงที่
4.)
หลังจากกิ่งปักชำออกรากแล้วให้ย้ายลงปลูกในถุงขนาด 2x3 นิ้ว
โดยใส่ดิน+ขุยมะพร้าว+ปุ๋ยคอก อัตรา 3:1:1 จนต้นมะลิแข็งแรงดีแล้วจึงนำไปปลูก
สภาพแวดล้อมในการปลูกต้นมะลิ
สภาพแวดล้อมในการปลูก
สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการปลูกดอกมะลิที่สุด
- ดินร่วนซุยมีการระบายน้ำดี
- มีความเป็นกรด-ด่าง 5.5-6.5
- มีอินทรีย์วัตถุและธาตุอาหารสมบูรณ์
- ได้รับแสงแดดเต็มที่เพื่อให้มีดอกดก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)